ThaiDonation.net

ที่นี่เป็น blog ที่เพื่อนๆสามารถจะส่ง e-mail เข้ามาเพื่อบอกข่าวสารกับทุกคนที่สนใจอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์หรือเพื่อนสัตว์ต่างๆ โดยส่ง forward e-mail มาได้ที่ blog(at)thaidonation.net ทางเราจะตรวจสอบและนำขึ้นทางหน้าเว็บให้ครับ ขอขอบคุณในน้ำใจของทุกๆคนครับ

วันอาทิตย์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ของขวัญวันเด็กเพื่อเด็กบนดอย คุณพร้อมให้หรือยัง






ของขวัญวันเด็กเพื่อเด็กบนดอย  คุณพร้อมให้หรือยัง ??? 
 “ วันเด็ก ”  คุณยังจำความสุขและรอยยิ้มที่ล้นปรี่ด้วยความสุขเหล่านั้นได้อยู่ไหม??? 
ร่วมบริจาคของขวัญวันเด็ก  ปี 2553  จำนวน  2,000 ชิ้น เพื่อมอบรอยยิ้มและความสุขแก่ เด็กน้อยบนดอยสูง


ในวันนี้ การให้เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคุณ สามารถสร้างความสุขอันยิ่งใหญ่ให้กับเด็กน้อยลูกหลานพี่น้องชนเผ่ามากมายนับพันชีวิตที่มูลนิธิกระจกเงา   จังหวัดเชียงราย  แม้ว่าของเหล่านั้นจะแลดูเล็กน้อย 
             “ วันเด็ก”   วันนี้สำหรับเด็กบนดอยแล้วก็คงเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งซึ่งไม่มีอะไรพิเศษสำหรับพวกเค้า ทุกวันที่ต้องออกไปไร่ ไปหาหน่อไม้ ไปจับปลา ระหว่างทางชีวิตน้อย ๆ เหล่านี้เดินไปด้วยความหวัง ความสุข ปนเปื้อนด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเป็นความงดงามของชีวิต และความทรงจำของอรุณรุ่งแห่งการเวลา 
ทางโครงการกองทุนเด็กดอย  มูลนิธิกระจกเงา  จึงอยากเชิญชวนให้คณะผู้ใหญ่ใจดี  มามีส่วนร่วมในการแบ่งปันความรัก ด้วยการบริจาคของขวัญ เพื่อเด็กน้อยบนดอยสูงในวันเด็กปี  2553   ที่จะมาเยือน   ของขวัญเพียงเล็กน้อยก็สร้างรอยยิ้มได้
                 อธิ   ตุ๊กตา , หุ่นยนต์ , ของเล่นมือใหม่ หรือมือสอง (ในสภาพดี) , เครื่องเขียนต่าง ๆ  , ลูกโป่ง หรือสิ่งของอะไรก็ได้ที่คุณอยากจะมอบให้พวกเขา
คนละไม้...คนละมือ...ทุกน้ำใจ เพื่อเด็กที่กำลังรอรับความสุขจากคุณ 


สามารถเข้าไปดูตารางกิจกรรมได้ที่   http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?id=1562
คลิกเลย...ย้อนรอยกิจกรรม ปี 2551    http://www.youtube.com/watch?v=sFMGlDSUzC8







 หมายเหตุ...สำหรับผู้ใหญ่ใจดีท่านใดที่ไม่สะดวกในการส่งของขวัญมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้   สามารถมีส่วนร่วมในการสมทบทุนสนับสนุนในการจัดกิจกรรมนี้เป็น  อาหารกลางวันสำหรับเลี้ยงเด็ก   เครื่องเล่นสไลเดอร์ยักษ์   ที่มาพร้อมกับความสนุกให้เด็ก ๆ ได้เล่นกันปีละครั้งเท่านั้น  งบประมาณ ทั้งสิ้นประมาณ  50,000  บาท 

รายละเอียดค่าใช้จ่ายงานมหกรรมวันเด็ก ปี 2553


รายละเอียด 
รวม
หมายเหตุ
ค่าอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กที่มาร่วมกิจกรรม 
30,000    บาท 
    ราคาอาหารต่อหน่วยจำนวน 15 บาท รวม  2,000  คน  
น้ำดื่ม 
6,000      บาท
    น้ำดื่มบริการตลอดงาน  ซึ่งเป็นน้ำหวาน  น้ำผลไม้ 
ผลไม้ 
2,000      บาท

สไลเดอร์ 
12,000    บาท



รวม  50,000  บาท
สามารถดำเนินการจัดส่ง ได้ 2 วิธีคือ

1.ส่งทางพัสดุ ไปรษณีย์

   
ส่งถึง   มูลนิธิกระจกเงา (ของขวัญวันเด็ก)    106 ม.1 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย 57100    (โทร. 053-737412-3 )

2.รถทัวร์   
 สยามเฟิสท์เอ็กซ์เพลสคาร์โก้

สำนักงานใหญ่ 02-9543601 ต่อแผนกพัสดุ
- (สาขาหัวลำโพง โทร 02 - 6330411 - 6)
- (สาขาอู่วัดเสมียนนารี โทร 02 - 9543601)
- (สาขา RCA 02-2031420-22)
- (สาขาเชียงรายโทร - 053-711882)

สามารถร่วมสมทบทุนได้ที่....      ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย   บัญชีออมทรัพย์    เลขที่บัญชี 539-1-33371-7      
          

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่.... ครูจะเด็จ
โทร. 053-737412-3 ต่อ  23  หรือ  087- 1833705
E:mail     jadad@bannok.com   MSN.      jadadbannok@hotmail.com 
 ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ทุกท่านที่จะทำให้วันนี้ของเด็ก ๆ  ให้เป็นความจริง ช่วยเพิ่มพูนรอยยิ้มและความสดใสด้วยของขวัญกล่องน้อยๆ ที่ส่งมอบให้ถึงมือ

ป้ายกำกับ: , ,

วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

Fwd: บริจาคหนังสือสำหรับเด็ก จากมูลนิธิกระจกเงา

ประกาศจากมูลนิธิกระจกเงา
ถึงทุกท่านที่ได้รับ email ฉบับนี้
ทางโครงการอ่านสร้างชาติ มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการอ่าน
โดยเชื่อว่า วัฒนธรรมการอ่านจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของคนในสังคมไทย
ปัจจุบันโครงการอ่านสร้างชาติได้จัดส่งหนังสือไปตามห้องสมุดโรงเรียนและชุมชนมากกว่าร้อยโรงเรียน
ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และได้รับการติดต่อจากโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ
รวมถึงสถานพยาบาลที่มีเด็กป่วยนอนรักษาตัวเป็นเวลานาน
แต่เนื่องด้วยหนังสือสำหรับเด็กที่ได้รับบริจาคมา
มีจำนวนไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ต้องการ ทางมูลนิธิกระจกเงา
จึงขอแจ้งข้อความนี้และหากท่านสามารถบริจาคหนังสือมือสองหรือสื่อสารต่อไปยังกลุ่มผู้บริจาคหนังสือมือสองนี้ได้
จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
ทางการนี้ หากท่านประสงค์จะบริจาค สามารถจัดส่งมาได้ที่

มูลนิธิกระจกเงา (สำนักงานกรุงเทพ)
8/12 ซ.วิภาวดี 44 ถ.วิภาวดี เขตจตุจักร กทม 10900
เบอร์โทร 02--9414194 ถึง 5 ต่อ 18
มือถือ 081-018-3004
www.read4thai.org
หรือทาง email : book@mirror.or.th

หากไม่สะดวกจัดส่งและประสงค์ให้ทางมูลนิธิออกไปรับ
กรุณาช่วยรวบรวมหนังสือจากเพื่อน ๆ ให้ได้จำนวนหนึ่ง
ทางเรายินดีไปรับหนังสือนี้ที่บ้านหรือที่ทำงานของท่าน (กทมและปริมลฑล)
โครงการอ่านสร้างชาติ มูลนิธิกระจกเงา
http://www.youtube.com/watch?v=E8RNAfCT2E8&eurl=http%3A%2F%2Fwww.read4thai.org%2Fhome.php&feature=player_embedded


ป้ายกำกับ: , ,

วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

Fw: พ่อของเด็กกว่า 400 ชีวิต_ช่วยส่งต่อหรือช่วยกันบริจาคนะคะ..อย่าเพิ่งลบจนกว่าจะได้อ่าน


ส่งมาให้เพื่อนๆได้แบ่งปันกันตามสะดวก เผื่อมีของใช้ที่อยากบริจาคค่ะ

....Yu...@leisure....
&a mp;nbs p; 085115 0055



พระครูวุฒิธรรมาทร พ่อของเด็กกว่า 400 ชีวิต

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก
มหา'ลัยชีวิต

'ของเหลือจากคนเมืองอันมีจะกิน เป็นสิ่งมีค่าเหลือหลายสำหรับเด็กที่ไม่เคยได้ใช้ 'เงิน' แม้แต่บาทเดียว . . .' คำพูดนี้กลั่นออกมาจากปากของ 'พระครูวุฒิธรรมาทร' เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง …

ในขณะที่ทุกคนเข้าวัดเพื่อทำบุญหรือหาที่พึ่งทางใจ แต่ ณ วัดป่าโมก วัดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก กลับเป็นสถานที่ชุบเลี้ยงเด็กอีกหลายร้อยชีวิต พวกเขาคิดว่า 'วัด' คือบ้านที่ให้ชีวิตพวกเขา ให้แหล่งพักพิงอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนไร้ญาติ ขาดคนเหลียวแล และคนจนเช่นพวกเขาจะได้รับ

หลวงพ่อพระครูวุฒิธรรมาทร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ เล่าถึงความเป็นมาของวัดว่า เมื่อประมาณ 30 ปี ที่แล้ว พวกทหารพรานนำเด็กกว่า 30 คนมาฝากให้ท่านเจ้าอาวาสรูปก่อนดูแล ส่งเงินให้เดือนละ 500 บาท เด็กๆ ที่นำมาฝากส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้า เพราะพ่อแม่เป็นพวกคอมมิวนิวส์ หลังพ่อแม่ถูกฆ่า ถูกกวาดล้างก็มาขอพึ่งพาอาศัยใบบุญวัดเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด

'ต่อมาชาวเขาทางภาคเหนือที่มีฐานะยากจนรู้เรื่องก็ส่งลูกๆ มาให้ทางวัดดูแลอีก เขาบอกว่าอย่างน้อยก็ยังดีกว่าอดตายอยู่บนเขา และก็มีมาอีกเรื่อยๆ เกือบทุกจังหวัด จนถึงปัจจุบันก็กลายเป็นกว่า 400 คนแล้ว ก็ต้องดูแลกันไป จำชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง ดื้อบ้างซนบ้าง แต่อาตมาก็ดูแล ไม่ให้ทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันจะไม่ถามเลยว่าใครผิดใครถูก จะตีทั้งคู่ เด็กๆ เขาก็ซนตามประสาเด็กๆ' หลวงพ่อกล่าว พร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่แฝงไว้ซึ่งความเมตตาต่อเด็กๆ

พร้อมกันนี้ท่านยังบอกอีกว่า ทางวัดก็มีโรงเรียนให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ เป็นโรงเรียนประจำแต่ก็เป็นไปตามอัตภาพที่จะทำได้ มีตั้งแต่ชั้นระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่เด็กเป็นร้อยคนดูแลเด็กก็ต้องไปบิณฑบาตรข้าวของเครื่องเรียนต่างๆ เพื่อนำมาให้เด็กๆ เขาใช้ ส่วนครูที่สอนหนังสืออยู่ที่นี่ก็เป็นระบบกึ่งข้าราชการ มีเงินเดือนมีสวัสดิการให้จากภาครัฐ แต่เงินเดือนจะไม่ขึ้น ที่เขาเสียสละมาอยู่กับเด็กๆ ก็เพราะรัก

'ทุกวันนี้หลวงพ่อไม่เคยมีปัญหาอะไร มีแต่ทุกข์ ขนาดเป็นพระก็ยังมีทุกข์ ทุกข์ที่ว่ากลัวจะมีไม่พอเลี้ยงเขา จะอยู่กันไปตลอดได้อย่างไร บางคนเรียนจบก็กลับมาช่วย บางคนก็ไม่กล้ามา เขาคงละอายใจตัวเองที่ยังช่วยวัดไม่ได้ เพราะในแต่ละเดือนภาระค่าใช้จ่ายของทางวัด เฉพาะค่าไฟก็ไม่น้อยไปกว่า 3 หมื่นบาท รายได้ก็มาจากการบริจาค ส่วนใหญ่ก็ต้องไปขอบิณฑบาตรเอาปัจจัยบ้าง และของที่บริจาคจะเป็นจำพวกข้าวสารอาหารแห้ง แต่บางทีข้าวสารไม่พอ วัดก็ไปขอหยิบยืมมาจากโรงสี พอมีผ้าป่ากฐินมาวัดก็เอาเงินไปใช้เขา ถ้าไม่มีหรือไม่พอเขาก็ไม่ทวงทางวัด ก็ถือว่าเป็นการทำบุญไป' หลวงพ่อ กล่าว

... ในขณะที่หลายคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง เรียนบ้างเล่นบ้างตามประสา ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามสมัยนิยม แต่ในวัดเล็กๆ แห่งนี้ยังมีเด็กอีกหลายร้อยชีวิตที่ไม่เคยได้สัมผัส 'เงิน' ที่กลายเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต หรือไม่มีเสื้อผ้าใหม่ๆ ดีๆ สวมใส่

'ของเก่ามันเก่าที่บ้าน แต่กับเด็กๆ ที่เขาไร้โอกาสมันก็เป็นของใหม่สำหรับเขา แต่ส่วนใหญ่เด็กๆ เค้าก็ดีใจ เราเคยบอกกับเด็กๆ ว่าถ้าไม่มีคนช่วยก็ต้องต่างคนต่างไป เพราะญาติโยมที่มาก็ไม่เยอะมาก แต่แค่เงินทำบุญหาได้เดือนชนเดือนก็พอใจแล้ว ไม่ได้หวังอะไรมาก ส่วนใหญ่คนที่มาบริจาคเค้ามาเอง มาแบบปากต่อปาก วัดไม่เคยออกไปโฆษณาทางไหน ของบริจาคอยากจะบริจาคเสื้อผ้า ของเล่น อะไรก็เอามาบริจาคได้ อาหารแห้ง ถ้าเหลือใช้ไม่รู้จะทิ้งที่ไหน ก็เอามาได้'

เรียกได้ว่า ทุกคำพูด ทุกลมหายใจเข้าออกของหลวงพ่อพระครูวุฒิธรรมาทร จะคิดคำนึงถึงปากท้องของชีวิตน้อยๆ ที่ต้องเลี้ยงดูอยู่เสมอ

'การกินเป็นสิ่งสำคัญต้องมาก่อนอย่างอื่น เด็กๆ ต้องกินแล้วค่อยร่ำเรียน ยังไงก็ต้องให้เค้ามีกิน ถึงจะไม่ดีตาม แต่ก็ต้องได้กิน ทุกวันนี้กลัวอย่างเดียวคือวันข้างหน้าจะมีไม่พอให้เค้ากินเค้าใช้' หลวงพ่อ กล่าวความทุกข์ที่เป็นกังวลใจ พร้อมๆ กับฝากถึงคนที่มีโอกาสว่า
'กว่าพ่อแม่จะเลี้ยงมาได้ กว่าจะเติบโตมาเป็นคนได้ มันสุดแสนจะยากลำบาก ยังมีชีวิตก็ยังมีโอกาส อย่าไปคิดสั้นชีวิตมันยังต้องต่อสู้กันต่อไป'

บางสิ่งบางอย่างคนที่มีเพียบพร้อมอาจจะมองเป็นเพียงแค่เศษขยะ เป็นของเหลือกินเหลือใช้ แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งของเหล่านั้นอาจจะช่วยประทังชีวิตเล็กๆ ให้อยู่ต่อข้ามพ้นไปในอีกวัน ... สำหรับท่านที่อยากบริจาคช่วยเหลือวัดโบสถ์วรดิตถ์ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีชื่อวัดโบสถ์วรดิตถ์โดยพระครูวุฒิธรรมาทร ธนาคารกสิกรไทย สาขาป่าโมก บัญชีออมทรัพย์ 182-2-11-364-4 หรือต้องการบริจาคสิ่งของก็สามารถบริจาคได้ที่วัดโบสถ์วรดิตถ์ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

ถ้าไม่มีเงินก็ช่วย ส่งต่อด้วยก็ยังดีเผื่อจะมีผู้ใจบุญอยากช่วยเหลือ



ป้ายกำกับ: